1. แนะนำคุกฟู้โกว
ท่ามกลางชายหาดสีฟ้าครามและป่าดงดิบอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะฟู้โกว คุกฟู้โกวปรากฏเป็นประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวา ที่นี่เคยเป็น “นรกบนดิน” ที่คุมขังนักรบปฏิวัติหลายหมื่นคนในช่วงสงครามต่อต้าน แม้จะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ กำแพงเหล็กและกรงขังยังคงทิ้งร่องรอยของวันเวลาอันเจ็บปวดแต่แข็งแกร่งของชนชาติเวียดนาม ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นสถานที่ที่ลูกหลานชาวเวียดนามทุกคนจะได้สงบจิตใจ รำลึก และขอบคุณคนรุ่นก่อน
1.1. คุกฟู้โกวอยู่ที่ไหน?
คุกฟู้โกวตั้งอยู่ที่เลขที่ 350 ถนนเหงียนวันกู เขตพิเศษฟู้โกว จังหวัดอานซาง จากใจกลางเมืองเซืองดงเก่า (ปัจจุบันคือเขตพิเศษฟู้โกว) นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปทางทิศใต้ประมาณ 28 กม. ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีโดยรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ เส้นทางมาที่นี่เดินทางง่าย วิ่งเลียบชายฝั่งพร้อมทิวทัศน์อันเงียบสงบของหมู่บ้านชาวประมงและต้นมะพร้าวที่ให้ร่มเงา ใกล้กับแหล่งโบราณคดี ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น หาดเซา วัดโห่กว๊วก และท่าเรืออันเถ่ย ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงสามารถรวมการเยี่ยมชมเข้าไว้ในเส้นทางเดียวกันได้

คุกฟู้โกว๊กตั้งอยู่ที่เลขที่ 350 ถนนเหงียนวันเกือ เขตปกครองพิเศษฟู้โกว๊ก (แหล่งที่มา: VTV.vn)
1.2. ราคาตั๋วและเวลาเปิดทำการ
คุกฟู้โกว๊ก เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7:30 น. ถึง 11:30 น. (ช่วงเช้า) และตั้งแต่เวลา 13:30 น. ถึง 17:00 น. (ช่วงบ่าย) ทุกวัน รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้อิสระเนื่องจากค่าเข้าชมฟรี นอกจากนี้ แหล่งประวัติศาสตร์ยังมีบริการไกด์บรรยายและป้ายข้อมูลโดยละเอียดเพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับแต่ละพื้นที่และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย หากเดินทางเป็นกลุ่มหรือคณะ นักท่องเที่ยวควรติดต่อคณะกรรมการบริหารแหล่งประวัติศาสตร์ล่วงหน้าเพื่อรับการสนับสนุนจากผู้นำเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้การเยี่ยมชมมีความน่าสนใจและมีความหมายมากยิ่งขึ้น
2. เรียนรู้ประวัติศาสตร์คุกฟู้โกว๊ก
คุกฟู้โกว๊ก เป็นหนึ่งในแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับสองช่วงเวลาแห่งสงครามที่โหดร้ายที่สุดของชาติเวียดนาม ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดและการสูญเสีย แต่ยังเป็นพยานหลักฐานอันทรงพลังถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และทรหดของนักรบปฏิวัติ ผ่านสองช่วงเวลา: ยุคอาณานิคมฝรั่งเศส และยุคอเมริกา-เวียดนามใต้ คุกแห่งนี้ได้กลายเป็น "นรกบนดิน" ที่ทำให้ผู้ใดก็ตามที่ได้ยินชื่อก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ
2.1. คุกฟู้โกว๊กในยุคอาณานิคมฝรั่งเศส
คุกฟู้โกว๊ก ถูกสร้างขึ้นในยุคอาณานิคมฝรั่งเศสในปี 1946 ในขณะนั้น ฝรั่งเศสอาณานิคมเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “เรือนจำต้นมะพร้าว” เพื่อใช้กักขังนักรบปฏิวัติและประชาชนผู้รักชาติที่ถูกจับกุมในการต่อต้านฝรั่งเศส พื้นที่เรือนจำมีขนาดประมาณ 40 เฮกตาร์ แบ่งออกเป็น 4 เขตหลัก ได้แก่ A, B, C และ D พร้อมระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดอย่างยิ่ง ล้อมรอบคุกคือรั้วลวดหนามที่หนาทึบ หอสังเกตการณ์สูงตระหง่าน และระบบไฟส่องสว่างตลอดคืน สร้างเป็น "ป้อมปราการ" ที่แยกตัวออกจากท้องทะเลและท้องฟ้าของฟู้โกว๊ก
ภายในเรือนจำ นักรบปฏิวัติหลายพันคนถูกกักขังในสภาพที่โหดร้าย นักโทษต้องอาศัยอยู่ในห้องพักที่แออัด ขาดอากาศถ่ายเท มักถูกอดอาหารและทารุณกรรมอย่างโหดร้าย แม้จะอยู่ในความมืดมิดและแส้เหล็ก พวกเขาก็ยังคงรักษาจิตวิญญาณของนักรบ ยืนหยัดต่อการทรมานทุกรูปแบบ จนถึงเดือนเมษายน ปี 1954 คุกแห่งนี้ได้กักขังนักโทษกว่า 14,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักรบคอมมิวนิสต์ 99 คนที่พลีชีพอย่างกล้าหาญ ทิ้งไว้ซึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่เปื้อนเลือดและน้ำตา แต่ก็ยังคงสว่างไสวด้วยความรักชาติ
หลังข้อตกลงเจนีวาในเดือนกรกฎาคม ปี 1954 ฝรั่งเศสอาณานิคมได้ถอนตัวออกจากเวียดนาม และส่งมอบอำนาจการบริหารคุกให้กับรัฐบาลเวียดนาม หลายคนคิดว่าสถานที่แห่งนี้จะปิดฉากช่วงเวลาอันโหดร้ายลง แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการเปิดฉากฝันร้ายครั้งใหม่ เรือนจำต้นมะพร้าวเข้าสู่ยุคอเมริกา-เวียดนามใต้ โดยยังคงขยายขนาดและกลายเป็น "นรกบนดิน" ที่มีความเจ็บปวดลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
2.2. คุกฟู้โกว๊กในยุคอเมริกา-เวียดนามใต้
ในช่วงสงครามต่อต้านอเมริกา คุกฟู้โกว๊ก กลายเป็นสถานที่กักขังที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ เป็นเครื่องหมายของบทแห่งความเศร้าโศกแต่ทรหดในประวัติศาสตร์ของชาติ ในปี 1967 รัฐบาลอเมริกา-เวียดนามใต้ได้ขยายพื้นที่เรือนจำและเปลี่ยนชื่อเป็น “ค่ายกักกันเชลยศึกคอมมิวนิสต์ฟู้โกว๊ก” นับแต่นั้นมา เกาะอันเงียบสงบแห่งนี้ในอ่าวไทยก็กลายเป็น "นรกบนดิน" อย่างแท้จริง ที่ซึ่งนักรบปฏิวัติหลายหมื่นคนถูกกักขังและทรมาน
ในช่วงปี 1967 – 1973 ค่ายกักกันแห่งนี้เคยมีเชลยศึกมากถึงกว่า 40,000 คน ส่วนใหญ่เป็นทหารปลดปล่อยภาคใต้ที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการใหญ่ๆ ภายในค่าย มีการใช้วิธีการทรมานในระดับความโหดร้ายที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การตีด้วยแส้ไฟฟ้า การเผาด้วยถ่านร้อน การหนีบด้วยลวดหนาม การช็อตไฟฟ้า การอดอาหาร การตากแดด หรือการจับทุ่มน้ำ จุดประสงค์ของการทรมานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพื่อแสวงหาข้อมูล แต่ยังเพื่อบดขยี้เจตจำนงในการต่อสู้ของนักรบปฏิวัติ

นักโทษต้องทนทุกข์ทรมานจากรูปแบบการทรมานที่โหดร้ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (ที่มา: รวบรวม)
แม้จะถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ นักโทษยังคงรักษาความเชื่อมั่นในอุดมการณ์แห่งเสรีภาพ พวกเขาแอบส่งข่าวสาร แบ่งปันอาหาร ปลอบโยนซึ่งกันและกันเพื่อเอาชนะความเจ็บปวด หลายคนยังสามารถจัดตั้งการหลบหนีออกจากคุกได้สำเร็จเพื่อกลับไปต่อสู้ ดำเนินเส้นทางแห่งการปฏิวัติต่อไป
2.3. ความหมายและคุณค่าของสถานที่ทางประวัติศาสตร์เรือนจำฟู้โกว๊ก
ปัจจุบันนี้ เรือนจำฟู้โกว๊ก ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นพยานทางประวัติศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ของชนชาติเวียดนาม ที่นี่เก็บรักษาเรื่องราวอันเจ็บปวดแต่น่าภาคภูมิใจของนักรบปฏิวัติหลายหมื่นคนที่ถูกจองจำและทรมานในช่วงสงครามสองครั้ง กำแพงทุกบาน กรงเหล็ก กรงเสือ หรือห้องขังเดี่ยว ล้วนเป็นพยานหลักฐานที่มีชีวิตของจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ และเจตจำนงที่แข็งแกร่งที่ไม่ยอมจำนนต่อความโหดร้าย
คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เรือนจำฟู้โกว๊ก อยู่ที่ความหมายอันลึกซึ้งทางมนุษยธรรม จาก "นรกบนดิน" ในอดีต สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความปรารถนาในเสรีภาพ เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่นั้น นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงระหว่างสองยุคสมัย สถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญแห่งความเจ็บปวด บัดนี้กลับเป็นที่ที่เสียงระฆังแห่งความกตัญญูและความภาคภูมิใจในชาติ นี่คือ "บทเรียนที่มีชีวิต" สำหรับคนรุ่นใหม่ ช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าสันติภาพในวันนี้ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อและน้ำตามากมายของบรรพบุรุษ
ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และการศึกษา เรือนจำฟู้โกว๊ก ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตือนมนุษยชาติเกี่ยวกับผลกระทบอันโหดร้ายของสงคราม การจำลองเหตุการณ์ ภาพถ่ายและวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ที่นี่ กลายเป็นเสียงเตือนสติ เพื่อให้ผู้คนเห็นคุณค่าของสันติภาพมากขึ้น ซาบซึ้งในอดีต และมุ่งสู่อนาคตด้วยความเมตตาและจิตวิญญาณแห่งความสามัคคี
3. การเดินทางสำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์เรือนจำฟู้โกว๊ก
เมื่อมาเยือน เรือนจำฟู้โกว๊ก นักท่องเที่ยวราวกับได้ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวา ที่เคยเป็นพยานต่อความเจ็บปวดและการสูญเสียมากมาย แต่ก็ยังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความภักดีของชาติ พื้นที่ทั้งหมดของสถานที่แห่งนี้ได้รับการวางแผนให้มีส่วนต่างๆ สำหรับการเยี่ยมชม แต่ละส่วนมีเรื่องราวของตัวเอง จำลองชีวิตอย่างสมจริงของชีวิตที่ยากลำบาก และเจตจำนงที่ไม่ยอมแพ้ของนักรบปฏิวัติที่ถูกจองจำใน "นรกบนดิน" แห่งนี้ ทุกเส้นทาง ทุกกำแพง ทุกแบบจำลองที่สร้างขึ้นใหม่ ล้วนทำให้ผู้ชมรู้สึกสะเทือนใจและหวนรำลึก
3.1. ประตู กองพันทหารรักษาการณ์ที่ 8
ประตู กองพันทหารรักษาการณ์ที่ 8 เป็นทางเข้าหลักของ เรือนจำฟู้โกว๊ก ที่เคยถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดโดยกองกำลังทหารรักษาการณ์ ประตูถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนามหนาทึบ ด้านบนมีหอคอยสังเกตการณ์สูง และระบบไฟส่องสว่างที่ทำงานตลอดคืน เพื่อควบคุมทุกการเคลื่อนไหวในคุก ที่นี่เคยเป็นพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด กิจกรรมเข้าออกทั้งหมด สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อนของระบอบการปกครองในขณะนั้น
ปัจจุบันนี้ เมื่อก้าวผ่านประตู กองพันทหารรักษาการณ์ที่ 8 นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งและเย็นเยียบของอดีต แม้จะเหลือเพียงกำแพงและซากปรักหักพัง สถานที่แห่งนี้ยังคงกระตุ้นความรู้สึกหนาวสั่นต่อขนาดและความโหดร้ายของระบบคุก ในขณะเดียวกัน ที่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อเรียนรู้ ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับช่วงเวลาอันน่าเศร้าแต่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชาติ
3.2. สุสานเชลยศึก
ภายในบริเวณ เรือนจำฟู้โกว๊ก มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ทำให้ใครก็ตามที่มาเยือนต้องนิ่งเงียบไปด้วยความรู้สึก คือสุสานเชลยศึก ที่เป็นที่พักสุดท้ายของนักรบปฏิวัติหลายพันคนที่เสียสละชีวิตในช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดของสงคราม สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว และป้ายหลุมศพที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หลายหลุมในจำนวนนั้นยังคงไร้ชื่อ มีเพียงป้ายเล็กๆ ที่จารึกข้อความว่า "วีรชนผู้ไม่ทราบชื่อ"
ที่นี่เป็นพยานหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดถึงความโหดร้ายของสงครามและอาชญากรรมที่ศัตรูก่อขึ้น ทุกหลุมศพคือเรื่องราว ชีวิตหนึ่งที่ต้องสิ้นสุดลงในช่วงวัยหนุ่มสาว แต่จิตวิญญาณและอุดมการณ์ของพวกเขายังคงอยู่ตลอดไป นักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงสุสานเชลยศึก มักจะหยุดพักเป็นเวลานาน จุดธูปเพื่อรำลึก และก้มศีรษะเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่เสียสละชีวิต เพื่อให้ประเทศชาติได้รับสันติภาพในวันนี้
3.3. โบสถ์เกี๊ยน วัน
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของ เรือนจำฟู้โกว๊ก สถานที่ที่จองจำนักรบปฏิวัติหลายหมื่นคน โบสถ์เกี๊ยน วัน เป็นสัญลักษณ์พิเศษแห่งความเชื่อมั่นและความหวัง แม้จะอาศัยอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนทุกด้าน นักโทษยังคงร่วมกันสร้างโบสถ์เล็กๆ ที่ทำจากไม้ ไผ่ และใบไม้ เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยพลังทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สวดมนต์ แต่ยังเป็นที่ที่พวกเขาแบ่งปัน ให้กำลังใจ และรักษาเจตจำนงในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก
เมื่อก้าวเข้าสู่โบสถ์เกี๊ยน วัน นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมของสถานที่แห่งนี้ รอยร้าวทุกรอย ไม้แต่ละท่อน ราวกับจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความแน่วแน่และจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ของนักรบที่เคยถูกจองจำ chính ความเชื่อมั่นในวันที่ประเทศชาติเป็นอิสระ และชัยชนะของความถูกต้อง ได้ช่วยให้พวกเขาเอาชนะความเจ็บปวด รักษาเจตจำนง เพื่อต่อสู้ต่อไป
3.4. พิพิธภัณฑ์เพิ่มเติมสถานที่ทางประวัติศาสตร์
ในการเดินทางสำรวจ เรือนจำฟู้โกว๊ก พิพิธภัณฑ์เพิ่มเติมสถานที่ทางประวัติศาสตร์เป็นจุดแวะพักที่สร้างอารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว ที่นี่เก็บรักษาภาพถ่าย วัตถุโบราณ และเอกสารล้ำค่าหลายร้อยรายการเกี่ยวกับช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ที่ยากลำบาก ทุกสิ่งของ ตั้งแต่เครื่องมือทำงาน ของใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเครื่องมือทรมานที่ศัตรูใช้ ล้วนจัดแสดงอย่างระมัดระวัง ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเจ็บปวดและเจตจำนงที่แข็งแกร่งของนักโทษปฏิวัติ
ไม่เพียงแต่เป็นที่เก็บรักษาวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ยังได้จำลองเรื่องราว ความทรงจำ และคำบอกเล่าของพยานผู้มีชีวิตอยู่ ช่วยให้ผู้ชมราวกับได้ย้อนกลับไปในอดีต ทุกภาพถ่าย ทุกตัวอักษร ทุกวัตถุโบราณ ล้วนบรรจุพลังแห่งความทรงจำ กระตุ้นความซาบซึ้ง ความกตัญญู และความภาคภูมิใจในชาติ เมื่อมาที่นี่ นักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่ยังได้ยินเสียงหัวใจของหัวใจที่เคยมีชีวิต เคยต่อสู้ และเสียสละเพื่อมาตุภูมิ
3.5. โซน B2 ในเรือนจำเกาะฟู้โกว๊ก
โซน B2 เป็นหนึ่งในพื้นที่กักขังนักโทษที่สำคัญที่สุดและโหดร้ายที่สุด พื้นที่นี้ถูกจำลองขึ้นใหม่ด้วยแถวห้องขังที่คับแคบ ผนังอิฐหนา ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงช่องแสงเล็กๆ ส่องเข้ามา ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนามหนาทึบ และหอคอยสังเกตการณ์สูง ที่ทหารยามเฝ้าตลอดวันตลอดคืน บรรยากาศทั้งหมดชวนให้นึกถึงบรรยากาศที่อึดอัดและตึงเครียด ที่ซึ่งชีวิตดูเหมือนจะถูกบีบคั้น ท่ามกลางความรุนแรงและความหวาดกลัว

การได้เห็นวิธีการทรมานอันโหดร้ายในคุก (ภาพ: รวบรวม)
นักโทษที่ถูกคุมขังในเขต B2 ต้องทนทุกข์ทรมานจากการทำงานหนัก ขาดแคลนอาหาร และต้องเผชิญกับการทรมานอันโหดร้ายอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ พวกเขายังคงรักษาศรัทธาและความสามัคคี ร่วมกันผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานในคุกอันมืดมิด เมื่อมาเยี่ยมชมบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงความทุกข์ทรมานอย่างชัดเจนที่นักรบปฏิวัติเคยประสบมา พร้อมทั้งเข้าใจคุณค่าของสันติภาพและความกล้าหาญของบรรพบุรุษ
3.6. อนุสรณ์สถานวีรชนคุกฟู้โกว๊ก
อนุสรณ์สถานวีรชน คุกฟู้โกว๊ก ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ล้อมรอบด้วยพุ่มดอกซิมสีม่วงที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี โครงการได้รับการออกแบบอย่างสง่างาม ด้วยภาพนูนต่ำขนาดใหญ่ที่แสดงภาพนักรบปฏิวัติผู้ไม่ย่อท้อ พร้อมแผ่นหินจารึกชื่อวีรชน สร้างบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ ท่ามกลางแสงแดดและลมของฟู้โกว๊ก
เมื่อมาที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถจุดธูปเพื่อรำลึกและแสดงความกตัญญูอย่างสุดซึ้ง ต่อผู้ที่เสียสละเพื่อเอกราชและเสรีภาพของชาติ ทุกย่างก้าวบนเส้นทางสู่สุสาน ราวกับเตือนให้นึกถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ถึงราคาของสันติภาพในวันนี้ ท่ามกลางทิวทัศน์อันเงียบสงบ อนุสรณ์สถานกลายเป็นสถานที่ให้ทุกคนได้สงบจิตใจ รำลึกถึงอดีต และเห็นคุณค่าของปัจจุบันมากขึ้น

นักท่องเที่ยวสามารถจุดธูปเพื่อรำลึกถึงทหารที่อนุสรณ์สถาน (ที่มา: รวบรวม)
3.7. ประตู กองพันทหารสารวัตรที่ 7
ประตู กองพันทหารสารวัตรที่ 7 เป็นหนึ่งในทางเข้าออกที่สำคัญของ เรือนจำฟู้โกว๊ก ซึ่งเคยถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดด้วยหอคอยสูง ทหารยามประจำการ และระบบรั้วที่แข็งแรง นี่คือพื้นที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายนักโทษระหว่างเขตต่างๆ ภายในค่ายกักกัน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกกิจกรรมอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทหารสารวัตร
ปัจจุบัน ประตู กองพันทหารสารวัตรที่ 7 ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้เป็นส่วนสำคัญของแหล่งประวัติศาสตร์ เรือนจำฟู้โกว๊ก เมื่อยืนอยู่หน้าประตูบานนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเห็นภาพโครงสร้างของค่ายกักกันสมัยก่อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดและโหดร้ายที่เหล่านักรบปฏิวัติเคยต้องเผชิญในช่วงหลายปีแห่งสงครามอันเจ็บปวด
4. ข้อควรทราบเล็กน้อยเมื่อเยี่ยมชมเรือนจำฟู้โกว๊ก
เมื่อมาเยี่ยมชม เรือนจำฟู้โกว๊ก นักท่องเที่ยวควรทราบข้อควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์และแสดงความเคารพต่อสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
การแต่งกายสุภาพ: เมื่อเยี่ยมชมเรือนจำ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายมิดชิดและสุภาพเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
รักษาความสงบ: ตลอดการเยี่ยมชม นักท่องเที่ยวควรรักษาความสงบ หลีกเลี่ยงการพูดเสียงดังหรือหัวเราะมากเกินไป เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่แห่งการรำลึกและขอบคุณ
ห้ามสัมผัสสิ่งของจัดแสดง: สิ่งของจัดแสดงและแบบจำลองจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงห้ามสัมผัสเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย
ปฏิบัติตามคำแนะนำ: นักท่องเที่ยวควรมุ่งหน้าตามเส้นทางที่แนะนำ ไม่แยกกลุ่มโดยพลการ หรือเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม
การรักษาสิ่งแวดล้อม: รักษาความสะอาดส่วนรวม ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราดภายในบริเวณสถานที่สำคัญ

นักท่องเที่ยวควรแสดงความสุภาพและให้ความเคารพเมื่อเยี่ยมชมเรือนจำฟู้โกว๊ก (Phu Quoc Prison) (ที่มา: หนังสือพิมพ์ลาวดง)
5. แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวเรือนจำฟู้โกว๊ก (Phu Quoc Prison) ควบคู่ไปกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทางเกาะใต้ใน 1 วัน
หากมีเวลาเพียงหนึ่งวันในการสำรวจพื้นที่เกาะใต้ นี่คือเส้นทางที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะได้รับทั้งความหมายทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์และประสบการณ์ความสนุกสนานและอาหารที่หลากหลาย
- ช่วงเช้า:
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการเยี่ยมชมเรือนจำฟู้โกว๊ก (Phu Quoc Prison) – สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะ ที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ฟังคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับปีแห่งการต่อสู้อันทรหดของทหารปฏิวัติ ชมโมเดลจำลองด้วยตาตนเอง และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่ประตูของกองพันทหารสารวัตรที่ 8 หรืออนุสรณ์สถานวีรชน นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะหยุดพัก สัมผัสความลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของ "นรกบนดิน" ในอดีต
- ช่วงกลางวัน:
หลังจากออกจากเรือนจำ นักท่องเที่ยวสามารถแวะที่หาดเซา (Sao Beach) หรือหาดเขม (Khem Beach) ซึ่งเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงสองแห่งด้วยน้ำทะเลใสสีฟ้าและหาดทรายขาวละเอียด ใช้เวลาเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดๆ เช่น ปูฮามนิญ (Ham Ninh crab), กุ้งมังกร หรือปลากระพงย่างเกลือพริก ที่ร้านอาหารริมทะเล พักผ่อนและเพลิดเพลินกับอากาศบริสุทธิ์ของเกาะใต้
- ช่วงบ่าย:
เดินทางต่อไปด้วยประสบการณ์นั่งกระเช้าไฟฟ้าเกาะฮอนทอม (Hon Thom Cable Car) – กระเช้าไฟฟ้า 3 สายข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก จากมุมสูง นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของเกาะใต้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงที่หมาย ใช้เวลาสนุกสนานที่ Sun World Hon Thom ท้าทายกับเกมที่น่าตื่นเต้น หรือพักผ่อนบนชายหาด เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ให้เดินทางไปยังเมืองพระอาทิตย์ตก (Sunset Town) เพื่อชมช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกท่ามกลางบรรยากาศอันโรแมนติกของท้องทะเลและท้องฟ้าฟู้โกว๊ก

เดินทางด้วยกระเช้าลอยฟ้าและชมทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะจากมุมสูง (ที่มา: รวบรวม)
- ช่วงเย็น:
ปิดท้ายวันอันยาวนานด้วยอาหารค่ำที่ Sun Bavaria GastroPub เพลิดเพลินกับอาหารยุโรป-เอเชีย และจิบเบียร์คราฟต์สไตล์เยอรมันแท้ๆ จากนั้น อย่าพลาดชมการแสดง Kiss of the Sea อันตระการตา พร้อมเอฟเฟกต์แสง สี เสียง น้ำ ไฟ และดอกไม้ไฟที่ไม่เหมือนใคร สุดท้าย เดินเล่นรอบตลาดกลางคืน Vui Phet เพื่อเลือกซื้อของที่ระลึก ชิมของว่าง และสัมผัสชีวิตยามค่ำคืนอันมีชีวิตชีวาของเกาะหง็อก
การเดินทางสำรวจคุกฟู้โกว๊ก ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางย้อนเวลาเพื่อสัมผัสคุณค่าของสันติภาพและเสรีภาพในปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น ทุกมุม ทุกเรื่องราวที่นี่ ล้วนเตือนใจให้นึกถึงความกล้าหาญและจิตวิญญาณที่ไม่ย่อท้อของชาวเวียดนาม หากมีโอกาสมาเยือนเกาะหง็อก อย่าลืมแวะไปที่คุกฟู้โกว๊ก เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากอดีต รำลึกถึงผู้มีพระคุณรุ่นก่อน และรักประเทศของคุณมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย



